ยา Ru-486 (Mifepristone หรือ ชื่อการค้า MTPill) จัดเป็นสารสังเคราะห์กลุ่มสเตียรอยด์ ทางการแพทย์ใช้เป็นยาหยุด หรือยุติการตั้งครรภ์ ถูกคิดค้นในแถบยุโรป ในช่วงแรกยานี้ถูกเรียกว่า RU-486 ซึ่งมีผู้ต่อต้านการทำแท้งออกมาประท้วงการนำยานี้มาใช้ แต่บางประเทศในแถบยุโรปก็ประกาศเป็นที่ยอมรับ โดยต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและการดูแลของแพทย์

 

Ru-486(Mifepristone)มีข้อบ่งใช้ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ข้อบ่งชี้การใช้ ไมฟีพริสโทน คือ

  • ใช้ยุติการตั้งครรภ์

  • ช่วยขยายปากมดลูกก่อนการผ่าตัดนำทารกออกจากครรภ์

  • เร่งการคลอดที่ทารกตายในครรภ์มารดา

 

Ru-486 (Mifepristone)มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

          ยาไมฟีพริสโทน ออกฤทธิ์โดย ต้านการฝังตัวของทารกในครรภ์

 

Ru-486 (Mifepristone) มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

          ขณะนี้ (มีนาคม พ.ศ. 2555) ยังไม่มีการจัดจำหน่าย ยาไมฟีพริสโทน ตามร้านขายยา และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกฎหมายไทย

 

ยาเม็ด Ru-486 (Mifepristone) มีกี่ขนาด ?

          มีหลายขนาดแล้วแต่ที่มา (10,25,50,100,200 mg ) ถ้าใช้เป็นยากินทำแท้งควรเลือกขนาดเม็ดละ 200mg)

 

Ru-486 (Mifepristone)มีขนาดการรับประทานอย่างไร?

          ยาไมฟีพริสโทน เป็นยาเม็ด ใช้รับประทาน เมื่อใช้ยุติการตั้งครรภ์จะได้ผลดีต่อเมื่ออายุครรภ์อยู่ในระยะแรก คือ ประมาณไม่เกิน 49 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย

          การบริหารยามิฟีพริสโทน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ โดยขนาดและปริมาณการใช้ขึ้นกับอายุครรภ์ของมารดาตั้งแต่200-600mg (เม็ดละ200mg 1-3 เม็ด) ประกอบกับต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัย สะอาด ถูกสุขลักษณะต่อผู้ป่วย

 

เมื่อมีการสั่งใช้ยาRu-486 (Mifepristone) ควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาไมฟีพริสโตน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

  • ประวัติแพ้ยาทุกชนิด เช่น กินยาแล้ว คลื่นไส้มาก หรือ แน่น หายใจติดขัด

  • มีโรคประจำตัวต่างๆ รวมทั้งกำลังกินยาอะไรอยู่ เพราะยาอาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรือ เกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กินอยู่ก่อนแล้ว

 

Ru-486 (Mifepristone)มีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

          ผลข้างเคียงคือ ปวดหลัง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน แต่อาการไม่รุนแรงและพบเพียง 1 ใน 3 ของผู้ใช้ยาเท่านั้น

 

Ru-486 (Mifepristone)มีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

          การรับประทานยามิฟีพริสโทน ร่วมกับยาแก้ปวดกลุ่มเอนเสดส์ (NSAIDs, non- steroidal anti inflammatory drugs) จะทำให้ฤทธิ์การรักษาของยาแก้ปวดลดประสิทธิภาพลง ยาแก้ปวดดังกล่าว เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) , Brufen